กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล
Children and Women Protection Sub-Division
“ชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 คู่รักนักบิน ลำเลียงยาไอซ์เข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์ 240 กิโลกรัม ขยายผลค้นบ้านพักยึดคีตามีนได้อีก 20 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท”
เสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร., ช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอักษรเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม
ผู้ต้องหา
1.นายวิวัฒน์ หรือเต้ย(สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี
2.นางสาวพิมลพรรณ(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 240 ถุงน้ำหนักรวมถุงประมาณ 240 กก.
2. วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 20 ถุง น้ำหนักรวมถุงประมาณ 20 กก.
3. รถยนต์ จำนวน 2 คัน
4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
มูลค่ารวมกว่า 80,000,000 บาท
โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยา บ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับ อนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคง ของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
วันเวลาเกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม วันที่ 11 ก.ย.69 เวลาประมาณ 07.00 น. สถานที่เกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม บริเวณภายในสถานีบริการปั๊มน้ำมันย่านอยุธยา-เอเชีย ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องบ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ พฤติการณ์แห่งการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่สุขสวัสดิ์ - ทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพฯ จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ที่จังหวัดลพบุรี และจะนำยาเสพติดมาเก็บรักษาไว้ที่บ้านพัก ภายในซอยสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ กระทั่งวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบว่า ผู้ต้องหาทั้งสอง ขับรถยนต์ของกลางมาจอดภายในสถานีบริการน้ำมันฯ ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟ ตามีน) ของกลาง จำนวน 240 ถุง น้ำหนกรวมถุงประมาณ 240 กก. อยู่ภายในรถยนต์คันที่นายวิวัฒน์ฯ ขับมา จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับว่า พวกตนขับรถฯ ไปรับยาเสพติดของกลางมาจากจังหวัดลพบุรี เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับลูกค้าทั่วไปตามคำสั่งของหัวหน้า ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง โดยจะได้รับค่าจ้างในการทำงานครั้งนี้เป็นเงิน 100 ,000 บาท และพวกตนกำลังลำเลียงยาเสพติดของกลาง เพื่อนำไปเก็บรักษาที่บ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ และภายในบ้านพักฯ หลังดังกล่าว ยังมียาเสพติดเก็บซุกซ่อนไว้อยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงเข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านพักฯ หลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ วัตถุออกฤทธิ์ให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) ของกลาง จำนวน 20 ถุง น้ำหนักรวมถุงประมาณ 20 กก. อยู่ภายในห้องนอนของผู้ต้องหาทั้งสอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหา ทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป
• ที่มา : กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล









