สืบสวนนครบาล 3 “ทลายแหล่งพักยา”
ยาบ้า 3,910,000 เม็ด
กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น จึงได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างพร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด
กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 โดย พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3, พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช, พ.ต.อ.อัครพล โทยะ รอง ผบก.น.3 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3,พ.ต.ท.ไพโรจน์ โชติวรรณ, พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดีรอง ผกก.สส.บก.น.3, พ.ต.ท.สุริยา กุญแจกล, พ.ต.ท.ธเนษฐ์ สอนจันดา สว.กก.สส.บก.น.3
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชา โดยเคร่งครัดและการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่รับผิดชอบและขยายผลไปจนจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญหลายๆรายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้
โดยมี รายละเอียดดังนี้ ด้วยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว
1. ผู้ต้องหา
นายเกียรติศักดิ์หรือท็อป(สงวนนามสกุล)
นายสพลหรือพล (สงวนนามสกุล)
2. พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทเอมเฟตามีน) ประมาณ 3,910,000 เม็ด
2. โทรศัพท์มือถือ Realme รุ่น RMX3624 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสนทนาเกี่ยวกับยาเสพติดและรับ โอนเงินค่าจ้าง และค่ายาเสพติด)
3. รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานีใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียงยาเสพติด
4. รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ ใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียงยาเสพติด
3. สถานที่เกิดเหตุลานจอดรถภายในซอยประชาร่วมใจ 7 แยก 19 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
4. ข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
5. พฤติการณ์ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า มีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ใช้รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานีได้ลักลอบขนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เป็นจำนวนมากเข้ามาจอดทิ้งไว้ในซอยประชาร่วมใจ 7 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เพื่อรอส่งมอบต่อ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้วางแผนเฝ้าติดตามเพื่อจับกุมตัวเจ้าของยาเสพติดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมีการจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียงดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้า สังเกตการณ์อยู่ได้มีรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ มีผู้ถูกจับที่ 2 เป็นคนขับ มีผู้ถูกจับที่ 1 นั่งมาที่เบาะข้างคนขับได้มาจอดที่หน้ารถตู้คันดังกล่าว หลังจากนั้นผู้ถูกจับทั้งสองได้เปิดประตูรถตู้แล้วช่วยกันยกถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลาง ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 1 และที่ 2 อยู่ท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ และพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 3 รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี จึงได้จับกุมผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมตรวจยึดของกลางในคดีนี้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมด้วยของกลางมาที่ กก.สส.บก.น.3 ผู้ถูกจับมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงได้ตรวจปัสสาวะของผู้ถูกจับ ด้วยความสมัครใจของผู้ถูกจับด้วยชุดตรวจหาสารเสพติดของ ป.ป.ส. เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่าใดและได้นำยาเสพติดของกลางมาตรวจพิสูจน์กับน้ำยามาร์คควิด ผลการตรวจเป็นเมทแอมเฟตามีนจริง ผู้ถูกจับได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3









