ผบ.ตร. ลงพื้นที่เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ สั่ง 5 มาตรการ
ผบ.ตร. ลงพื้นที่เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ สั่ง 5 มาตรการ ดูแล เร่งสืบสวนสอบสวน พิสูจน์ทราบสาเหตุ ระบบสัญญาณ-ไม้กั้น พร้อมประสานการรถไฟฯ วางแนวทางป้องกันเชิงรุก เข้มงวดห้ามหยุดรถคร่อมรางเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 21.10 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบ.น.1 พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุขบวนรถไฟเฉี่ยวชนรถโดยสารสาธารณะ บริเวณใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพมหานคร โดย ผบ.ตร.แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุ พร้อมสั่งการด่วนกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ดูแลอำนวยความสะดวกในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการจราจร และบริหารจัดการพื้นที่ 5 มาตรการ
1. บริหารจัดการสถานที่เกิดเหตุ : ให้เร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในบริเวณโดยรอบ และระดมพนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานบุคคลรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
2. บริหารการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ : ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด
3. เคลื่อนย้ายรถ : เร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายขบวนรถและรถโดยสารสาธารณะออกจากจุดเกิดเหตุอย่างปลอดภัย เพื่อเปิดทางจราจร และป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
4. สืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบสาเหตุโดยละเอียด : ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นระบบไม้กั้นทางรถไฟ สัญญาณไฟ รวมถึงพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ขบวนรถไฟ และรถโดยสารสาธารณะ
5. การกำหนดแนวหยุดรถ : ให้พิจารณาทบทวนและกำหนดแนวทางการหยุดรถของผู้ใช้รถใช้ถนน ในแนวก่อนถึงไม้กั้นรถไฟ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้แสดงความห่วงใยถึงแนวทางการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต โดยได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติไปยังตำรวจจราจร และการประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย บนเส้นทางใดที่มีทางรถไฟตัดผ่าน จะต้องร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยห้ามไม่ให้ผู้ขับขี่หยุดหรือจอดรถคร่อมรางรถไฟ หรือจอดใกล้แนวรางรถไฟในระยะอันตรายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าในขณะนั้นจะมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านหรือระบบไม้กั้นจะทำงานเป็นปกติหรือไม่ รวมทั้งต้องมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในการตรวจจับผู้ฝ่าฝืน และต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจสอบโดยตลอด หากพบผู้ฝ่าฝืนให้เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งบังคับให้ผู้ขับขี่ดังกล่าวเลื่อนยานพาหนะให้พ้นแนวรางรถไฟทันทีเพื่อความปลอดภัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐาน และจะวางมาตรการป้องกันเชิงรุก ไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในลักษณะนี้อีกต่อไป








