#ม๊อบ8จังหวัดทวงเงินคนตายรวมตัวบุกทำเนียบ!!
เครือข่าย 8 จังหวัดทวงคืนเงินคนตาย เตรียมบุกทำเนียบฯ ร้องนายกฯ
แฉทุจริตฌาปนกิจสงเคราะห์
โยงฐานเสียงการเมืองระดับประเทศ
เสียหาย 3,500 ล้าน วงเงินหมุนเวียนเสี่ยง 7 หมื่นล้าน
วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09:30 น.
สถานที่: ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เตรียมนำตัวแทนผู้เสียหายในนามกลุ่ม "เครือข่าย 8 จังหวัดทวงคืนเงินคนตาย" ซึ่งประกอบด้วยผู้เสียหายจากจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก มหาสารคาม นครราชสีมา ระยอง อำนาจเจริญ อุดรธานี และศรีสะเกษ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีข้อสั่งการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาและทลายขบวนการทุจริตสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ
อ้างอิงจากฐานสมาชิกระดับชาติ 20 ล้านคน คาดการณ์ว่าในพื้นที่ 8 จังหวัดที่เข้าร้องเรียน มีประชากรและสมาชิกที่ตกอยู่ในความเสี่ยงและได้รับผลกระทบรวมกันกว่า 2,350,000 ราย มีมูลค่าความเสียหายตามที่แสดงหลักฐานได้แล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท ในขณะที่มีวงเงินหมุนเวียนในระบบที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงถึง 70,000 ล้านบาท โดยที่วิกฤตนี้เกิดจากการที่ ไม่มีระบบตรวจสอบบัญชีที่โปร่งใสจากภาครัฐเลยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา
รากฐานของความเดือดร้อนเกิดจากการที่ประชาชนเข้าใจโดยสุจริตใจมาตลอดว่าการส่งเงินสมทบรายเดือนคือ "การออมเงิน" เพื่อเป็นหลักประกันค่าจัดการศพ แต่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งกลับบริหารงานคล้ายแชร์ลูกโซ่ มีการทำการตลาดเชิงรุกเพื่อระดมคนมาสมัครโดยไม่คัดกรอง หวังเพียงดึงกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียนในระบบ เมื่อสมาคมประสบปัญหาสภาพคล่องหรือมีการยักยอกเงินกองกลาง ทายาทผู้เสียชีวิตกลับไม่ได้รับเงินตามสัญญา สมาชิกที่ส่งเงินมาทั้งชีวิตก็ถูกลอยแพ
การทุจริตเชิงโครงสร้างผ่านกลไกรัฐ และจุดเชื่อมโยง "ฐานเสียงนักการเมืองระดับประเทศ":
วิกฤตนี้คือความล้มเหลวทางกฎหมายอย่างรุนแรง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มอบอำนาจเด็ดขาดให้ "นายทะเบียนท้องถิ่น" (นายก อบต. และนายกเทศมนตรี) มีหน้าที่กำกับดูแล แต่ในทางปฏิบัติกลับพบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ปล่อยให้ดำเนินการโดยไร้ระบบตรวจสอบมานานกว่า 3 ทศวรรษ
หลักฐานสำคัญในหลายพื้นที่ชี้ให้เห็นถึง "การทุจริตเชิงโครงสร้าง" อย่างชัดเจน คณะกรรมการบริหารสมาคมหลายแห่งคือผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการบำนาญ หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งบุคคลเหล่านี้คือเครือข่ายหัวคะแนนและ "ฐานเสียงสำคัญ" ให้กับนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น การที่กลไกของรัฐในพื้นที่เพิกเฉย ไม่กล้าบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นการปกป้องเครือข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง ส่งผลให้กระบวนการสืบสวนมีความล่าช้า และสำนวนคดีมักถูกตีตกไปอย่างค้านสายตาประชาชน
แนวทางและข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี:
เครือข่ายฯ จะเสนอแนวทางดำเนินการ 4 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่:
1. ปูพรมตรวจสอบบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
2. สั่งดำเนินคดีทางวินัยกับนายทะเบียนท้องถิ่นฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไต่สวน
3. ดึงหน่วยงานส่วนกลาง (DSI และ ปปง.) ลงพื้นที่บูรณาการแกะรอยเส้นทางการเงินฟอกเงิน
4. พิจารณาจัดสรรงบประมาณเยียวยาฉุกเฉินแก่กลุ่มผู้เสียหายทั้ง 8 จังหวัด เนื่องจากรัฐเป็นผู้ออกกฎหมายและกลไกรับรองระบบนี้ แต่กลับปล่อยปละละเลยจนประชาชนสูญเสียเงินออมก้อนสุดท้าย
ติดต่อประสานงาน รณณรงค์ 0868924409 ,0924533393

